ขณะที่บ้านเราเจอภาวะฝนตกน้ำท่วม ไม่มีฤดูหนาว หรือแม้กระทั่งแผ่นดินไหวที่ จ.เชียงใหม่ อีกด้านในซีกโลกตะวันตก ผู้คนกำลังเผชิญหน้ากับภาวะโลกร้อน ร้อนจนร่างกายทนไม่ไหว ทำให้คนในยุโรปเสียชีวิตถึง 30,000 ศพ และในอินเดีย มีผู้เสียชีวิตไป 1,500 ศพ เมื่อปี 2003 ที่ผ่านมา
เหตุที่เกิดปรากฏการณ์เหล่านี้ในทางวิทยาศาสตร์ ระบุว่า เป็น “ภาวะโลกร้อน” อันเป็นผลจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซ อื่น ๆ ที่มีคุณสมบัติดักจับความร้อนออกไปยังบรรยากาศของโลก ก๊าซเหล่านี้จะรวมตัวกันจนกลายเป็นผ้าห่มหนา ๆ ดักจับความร้อนของดวงอาทิตย์ และทำให้โลกมีอุณหภูมิร้อนขึ้น ยิ่งก๊าซเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น ความร้อนก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ซึ่งเมื่อเกิดปรากฎการณ์เหล่านี้อาจส่งผลให้บางพื้นที่กลายเป็นทะเลทราย สิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถปรับตัวได้ก็จะสูญพันธ์ บางพื้นที่อาจประสบปัญหาน้ำท่วม น้ำแข็งขั้วโลกและบนยอดเขาสูงละลาย ทำให้ปริมาณ น้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น พื้นที่ชายฝั่งทะเลได้รับผลกระทบ บางพื้นที่อาจจมหายไปอย่างถาวร และประชาชนอาจจะเจอคลื่นความร้อนที่มีอำนาจทำลายล้างแรงกว่าที่เคยพบมา
เหตุการภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นกำลังเตือนภัยอะไรเราชาวโลก ซึ่งหากเรายังปล่อยให้เกิด "ภาวะโลกร้อน" อยู่เช่นนี้ เชื่อได้ว่า อาจเกิดปรากฎการณ์ความจริง ช็อกหัวใจชาวโลกขึ้นอีกครั้งแน่นอน ทางแก้ที่ดีที่สุดก็คือ ทุกคนต้องลดใช้พลังงาน อันเป็นบ่อเกิดของมลพิษเพื่อให้โลกได้ปรับสมดุล และช่วยกันปลูกป่า เพื่อให้ธรรมชาติกลับคืนมาโดยเร็วที่สุด ไม่งั้น หากเกิน 10 ปี โลกเราอาจเข้าสู่จุดที่ไม่ สามารถกลับตัวได้
20 มกราคม 2551
“ภาวะโลกร้อน” ความจริงช็อกโลก!!!
'ดร.อาจอง' แนะพ่อแม่ สร้างลูกเป็น 'มนุษย์สมบูรณ์แบบ'
“สมาธิ” ซึ่งการฝึกสมาธิทำได้ ไม่ว่าศาสนาใด เพราะจะช่วยให้เด็กมีจิตใจที่สงบ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในตนเอง มีเวลาคิดและพิจารณาในสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น รู้จักแยกแยะผิดถูก มีสติมากขึ้น ซึ่งเมื่อตอนที่ยังเด็ก ตนเองก็เคยเป็นเด็กเกเรมากก่อน แต่เมื่อฝึกสมาธิได้เพียงแค่เดือนเดียวก็มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี
แต่หากเป็นเด็กโตในระดับมัธยมนั้น ยังต้องอาศัยอีกปัจจัยที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลง นั่นคือ “เพื่อน” ที่มีอิทธิพลอย่างมาก ดังนั้นจำเป็นต้องระมัดระวังว่าลูกเราคบใคร มีเพื่อนแบบไหน เพราะการมีเพื่อนที่ดีจะสามารถชักจูงเด็กให้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีได้
ทั้งนี้ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า พ่อแม่ส่วนใหญ่ต่างมุ่งพัฒนา IQ (Intelligence Quotient: ระดับเชาว์ปัญญาหรือความสามารถของมนุษย์ในการเรียนรู้ วิเคราะห์ ทำความเข้าใจ) เพื่อให้ลูกเป็นคนฉลาดเท่านั้น ซึ่งความจริงไม่เพียงพอ เพราะต้องพัฒนา EQ (Emotional Quotient: ความฉลาดทางอารมณ์) และ MQ (Moral Quotient:ศีลธรรม) ควบคู่จึงจะนำลูกไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ได้
และหากเราเริ่มต้นพัฒนาจาก EQ และ MQ จะทำให้ลูกเป็นคนดี มีความสุข และ IQ ก็จะตามมา เป็นการดึงความฉลาดจากภายใน เพราะ EQ และ MQ เป็นการสร้างจิตสำนึก ทำให้ลูกรู้จักหน้าที่ ความรับผิดชอบ ขยันสนใจการเรียนนำไปสู่การพัฒนาที่ดีจนเป็น “มนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ” ซึ่งพ่อแม่และครูเองจะต้องให้ความรัก ความอบอุ่น เวลาและความเข้าใจ เพื่อส่งเสริมให้ลูกเดินไปในทางที่ถูกต้อง และที่สำคัญจะต้องเป็นต้นแบบที่ดีเพื่อให้ลูกเดินตาม
ดร.อาจองชูแนวคิดสอนเด็กดีก่อนเก่ง
“ เมื่อเด็กเป็นคนดี เด็กก็จะเป็นเด็กเก่งได้ง่ายขึ้น เพราะจะมีสมาธิ ความจำดี ตั้งใจเรียน ไม่หลงใหลอบายมุข เรื่องนี้ไม่ได้เป็นนามธรรม แต่สามารถพิสูจน์ให้เห็นจากการปฏิบัติได้ เช่นที่โรงเรียน สัตยาไสที่ไม่ได้เน้นแข่งขัน กวดวิชา ทุกวันเด็กจะฝึกสมาธิ สวดมนต์ ร้องเพลง ตอนนี้เด็กจบมา 3 รุ่นๆ ละ 30 คนสามารถสอบเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้ทั้ง 100%” ดร.อาจอง กล่าวและว่า ครูจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดี และต้องดีทั้งต่อหน้าและลับหลัง ต้องสอนจากใจครูถึงใจเด็ก เพราะขณะนี้ครูสอนจากปากสู่สมอง ให้เด็กจำได้ ท่องได้ แต่ปฏิบัติไมได้ ทั้งนี้หลักสูตรที่ใช้ก็ยังเป็นหลักสูตรแกนกลางของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เหมือนที่ใช้ในทุกโรงเรียน แต่จะบูรณาการคุณธรรมเข้าสู่การสอนทุกวิชา ทั้งนี้สกศ.มอบหมายในตนเดินสายอบรมครูถึงแนวทางการดำเนินของโรงเรียนสัตยาไสเพื่อเป็นแบบอย่างให้กับโรงเรียนต่าง ๆ ในทุกภาคอย่างน้อย 25 ครั้ง ๆ ละ 800 คน รวม 20,000 คน ให้แล้วเสร็จกลางเดือนพฤษภาคมนี้
“ เราต้องปรับเปลี่ยนนโยบายเลิกตามหลังฝรั่งแต่เป็นตัวของตัวเอง เรามีของดีในประเทศทั้งศีล สมาธิ ปัญญา นำมาพัฒนาได้ตามแนวทางของเรา ก็จะได้สิ่งประดิษฐ์คิดค้นในสิ่งใหม่ไม่เหมือนไม่ตามใคร นอกจากนี้เรายังมีพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ สอนให้เรารู้จักความพอเพียง หากเปลี่ยนนโยบายมหาวิทยาลัย สถานศึกษาเน้นความพอเพียง ปรับการวัดผลผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ เป็นการวัดความสุขประชากรในประเทศ ไทยก็จะกลายเป็นประเทศผู้นำความสุขของโลก ” ดร.อาจอง กล่าว
อภัยทาน คืออย่างไร ?
อภัยทาน ก็คือการยกโทษให้ คือการไม่ถือความผิด หรือการล่วงเกินกระทบกระทั่งว่าเป็นโทษ อภัยทานนี้เป็นคุณแก่ผู้ให้ ยิ่งกว่าแก่ผู้รับ เช่นเดียวกับทานทั้งหลายเหมือนกัน คืออภัยทานหรือการให้อภัยนี้ เมื่อเกิดขึ้นในใจผู้ใด จะยังจิตใจของผู้นั้นให้ผ่องใสพ้นจากการกลุ้มรุมบดบังของโทสะ
ความชอบ...บอกนิสัย
ชอบสะสมสิ่งต่างๆ หากคุณชอบสะสมสิ่งต่างๆ คุณเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องหลากหลาย ชอบพบปะสังสรรค์ เข้ากับคนอื่นได้ดี เป็นผู้ที่ให้คำแนะนำได้อย่างน่าฟัง รู้จักทำให้ตัวเองมีความสุข และมีไหวพริบปฏิภาณที่ยอดเยี่ยม
19 มกราคม 2551
เนื้อเพลง แสงหนึ่ง
Verse 1 รู้ไหมว่าเราซาบซึ้งใจแค่ไหน และรู้ไหมว่าเรานั้น ปลาบปลื้มเท่าไหร่ ที่ได้มีเธอ เป็นพลังอันสำคัญ เพราะว่าเรานั้นรู้เธอทำเพื่อใคร เหน็ดเหนื่อยแค่ไหน เธอไม่ไหวหวั่น เพื่อที่จะให้เรานั้นได้เดินต่อไป
Pre , Chorus แม้ว่าจะไม่มีใครมองเห็นเธอ แต่ว่าสำหรับเรานั้น...
Chorus เธอเหมือนดังกับแสง ที่มองไม่เห็น แต่เมื่อส่องมาสะท้อน สิ่งที่ซ่อนเร้น ก็เด่นชัดขึ้นทันที เปรียบเธอกับแสง แม้ไม่มีสี แต่เธอก็สะท้อน ความจริงให้โลกนี้ ได้พบเห็นสิ่งดี ๆ ว่างดงามเพียงใด
Verse 2 ถึงแม้ว่าพรุ่งนี้ จะเป็นเช่นไร วันและคืนจะหมุนเปลี่ยนสักเท่าไหร่ เรานั้นก็แน่ใจ ว่าจะมีเธอยืนอยู่ข้างหลัง
Pre , Chorus แม้ว่าจะไม่มีใครมองเห็นเธอ แต่สำหรับเรานั้น...
Chorus เธอเหมือนดังกับแสง ที่มองไม่เห็น แต่เมื่อส่องมาสะท้อน สิ่งที่ซ่อนเร้น ก็เด่นชัดขึ้นทันที เปรียบเธอกับแสง แม้ไม่มีสี แต่เธอก็สะท้อน ความจริงให้โลกนี้ ได้พบเห็นสิ่งดี ๆ ว่างดงามเพียงใด
Bridge จึงอยากขอมอบเพลง เพลงนี้ให้ ให้เธอรับรู้ว่าสำหรับเรา เธอสำคัญเพียงไหน
Chorus เธอเป็นดั่งแสง ที่มองไม่เห็น แต่เมื่อส่องมาสะท้อน สิ่งที่ซ่อนเร้น ก็เด่นชัดขึ้นทันที เปรียบเธอกับแสง แม้ไม่มีสี แต่เธอก็สะท้อน ความจริงให้โลกนี้ ได้พบเห็นสิ่งดี ๆ ว่างดงามเพียงใด
แต่เธอก็สะท้อน ความจริงให้โลกนี้ ได้พบเห็นสิ่งดี ๆ ว่างดงาม
พระพุทธเจ้า The Life of Buddha
หลักการและเหตุผล ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ มีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพุทธมามกะ เป็นที่ประจักษ์ ชัดแล้วว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประพฤติพระองค์ เป็นพุทธศาสนิกชนที่ประเสริฐเคารพนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย และทรงเชิดชูพระพุทธเจ้าด้วยการน้อมนำคำสอนของพระองค์มาใช้ในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อประโยชน์ของชาวไทยจนทำให้ได้รับคำ สดุดีพระเกียรติคุณจากพสกนิกรชาวไทยว่า ทรงเป็นพระธรรมิกราช (พระราชาผู้ทรงธรรม)
"พระพุทธเจ้า" คือ เรื่องราวของ พระพุทธเจ้า นับตั้งแต่ประสูติ เสด็จออกบรรพชา ตรัสรู้ บำเพ็ญเพียร จนถึงตรัสรู้และเสด็จจาริก ออกแสดงธรรม โปรดสัตว์โลก ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีพุทธศาสนิกชนชาติต่างๆ อาทิ จีน ญี่ปุ่น รวมทั้งชาวยุโรป พยายามทำพระประวัติ ส่วนนี้ออกเผยแพร่ในรูปของการ์ตูน แต่ก็ยังไม่สมบูรณ์ บางเรื่องบางตอนก็มีเนื้อหาขัดแย้งกับคัมภีร์พระไตรปิฎก และอรรถกถาบาลี ซึ่งถือว่าเป็น แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับพระประวัติของพระพุทธเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดของโลก
ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนา ประจำชาติ น่าจะได้มีการสร้างภาพยนตร์การ์ตูนเกี่ยวกับพระประวัติของพระพุทธเจ้าที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับพระไตรปิฎก และอรรถกถาออก เผยแพร่เป็นพุทธบูชา อีกทั้งในปี พ.ศ. 2550 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา ควรที่พสกนิกรชาวไทย จะได้มีสิ่งสำคัญสูงสุดไว้ถวายให้เป็นพระเกียรติยศสืบไป กลุ่มธรรมะการ์ตูนเห็นความสำคัญทั้ง 2 ประการนี้จึงได้ ตกลงร่วมมือกับ บริษัท มีเดียสแตนดาร์ด จำกัด จัดทำโครงการภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง "พระพุทธเจ้า" เพื่อนำออกเผยแพร่ โดยมีมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเนื้อหาวิชาการ และแปลเป็นภาษา นานาชาติ 5 ภาษาเป็นอย่างน้อย คือ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาเกาหลี ภาษาญี่ปุ่น และภาษาเยอรมัน
ระหว่าง "คนที่เรารัก" กับ "คนที่รักเรา" เราควรจะเลือกใครดี??
คนที่เรารัก..คือคนที่ใช่สำหรับเรา แต่บางครั้ง..เรากลับรู้สึกว่าเขาไม่ใช่
คนที่รักเรา..คือคนที่เราเพียงมองผ่าน แต่เขา..กลับมองเราอย่างใส่ใจ ดูแล
คนที่รักเรา..คือคนที่เราไม่เคยนึกถึง แต่มีสิ่งหนึ่ง..บอกให้รู้ว่า.."เขารักเรา" ก็คือ เขาไม่เคยทำให้เราต้องเสียใจ เหมือนกับคนที่เรารัก
ขอเป็นคนเดิม ของความผูกพัน
ชีวิตในบางวัน...อาจเป็นสีม่วงสดใส
ปรัชญาพุทธกับคนรัก (ที่ไม่รักเรา)
มีหญิงสาวคนหนึ่งผิดหวังในรักเนื่องจากคนรักของตนได้มาทิ้งไปจึงกำลังจะฆ่าตัวตาย ขณะนั้นเองมีสามเณรรูปหนึ่งผ่านมาพบเข้าจึงได้กล่าวให้สติกับสีกา ว่า "โยมจะทำอะไรรึ"
หญิงสาวตอบ "อิชั้นจะฆ่าตัวตายเพราะไม่รู้จะอยู่ไปทำไม มีแฟนๆ ก็มาทิ้งไปเจ้าค่ะ"
สามเณรจึงได้เทศนาให้หญิงสาวฟังว่า "เหตุใดโยมจึงต้องเสียใจเล่าในเมื่อคนที่ควรจะเสียใจควรจะเป็นแฟนของโยมสิ" หญิงสาวหยุดคิดและถามกลับไปด้วยความสงสัยว่า "ทำไมล่ะเจ้าคะ"
สามเณรตอบว่า "ในเมื่อโยมมิได้สูญเสียสิ่งที่สำคัญไปเลยน่ะสิ"
หญิงสาวตั้งใจฟังสามเณรแล้วก็ตอบกลับไปว่า "ไม่จริงหรอกค่ะดิชั้นสูญเสียแฟนอันเป็นที่รักยิ่งไปนะเจ้าค่ะ"
สามเณรตอบ "โยมได้สูญเสียคนที่มิได้รักและห่วงใยโยมซึ่งจะมีค่าอันใด แต่แฟนโยมซิที่สูญเสียคนที่รักและห่วงใยเค้าเช่นโยม ใครควรจะเสียใจกว่ากันล่ะโยม"
ข้อสังเกตทางทฤษฎีของเศรษฐกิจพอเพียง
*มีพัฒนาการยาวนานบนบริบทของกระแสแนวคิดทางเลือกของการพัฒนา
*แนวคิดและวิถีปฏิบัติอยู่บนพื้นฐานของโลกทัศน์แบบองค์รวม / เป็นศาสตร์แบบบูรณาการ (Integral Sciences)
*ความรู้ของชุมชนไทยในภาคชนบท/เกษตร เรื่องความพอเพียงดำรงอยู่แล้วในวิถีชีวิต / การผลิต
*การดำรงชีวิต (ความรู้/ประสบการณ์/ภูมิปัญญา) ของผู้คนในภาคเกษตร หรือที่ต้องพึ่งพิงระบบนิเวศน์ธรรมชาติ และระบบความสัมพันธ์ทางสังคมวัฒนธรรมมีความสอดคล้องกับหลักปรัชญาฯ
พระราชดำรัส.....การจะเป็นเสือได้นั้นไม่สำคัญ ...สำคัญอยู่ที่เรามีเศรษฐกิจแบบพอมีพอกิน แบบพอมีพอกินนั้น หมายความว่าอุ้มชูตัวเองได้ ให้มีความพอเพียงกับตัวเอง อันนี้ก็เคยบอกว่าความพอเพียงนี้ไม่ได้หมายความว่า ทุกครอบครัวจะต้อง ผลิตอาหารของตัว จะต้องทอผ้าใส่เองอย่างนั้นมันมากเกินไป แต่ว่าในหมู่บ้านหรือในอำเภอจะต้องมีความพอเพียงพอสมควร บองสิ่งบางอย่างที่ผลิตได้มากกว่าความต้องการก็ขายได้ แต่ขายในที่นี้ไม่ห่างไกลเท่าไหร่ไม่ต้องเสียค่าขนส่งมากนัก...
พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๔ ธันวาคม 2540
ประวัติลูกนิมิต(วัดเชิงคีรี)
เป็นเพราะความศรัทธาของชาวบ้าน ระหว่างทางไปวัด ชาวบ้านที่เห็นรถวิ่งผ่านต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ลูกนิมิต ลูกนิมิต ลูกนิมิต
พอมาถึงวัดต่างก็ช่วยกันล้างทำความสะอาดปรากฏว่าเป็นหินที่มีเกล็ดระยิบระยับเต็มไปหมดระหว่างที่นายเที่ยงล้างทำความสะอาดอยู่นั้น ก็ปรากฏสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้น คือเทพที่สถิตประจำก้อนหินดังกล่าว ได้เข้าประทับร่างทรงของ นางดอกรัก โสภา ภรรยาของ นายระเวง โสภา อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่๗ ที่กำลังจะคัดเลือกแผ่นทองที่จะนำมาเตรียมในงานปิดทองฝังลูกนิมิต ร่วมกับชาวบ้านนาเชิง ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ก็สอบถามร่างทรงว่า ท่านมาจากไหน ?
ร่างทรงตอบว่า “เป็นนิมิตมา” และถามต่อว่ามาอยู่อย่างไร ?
ร่างทรงตอบว่า “จะมาอยู่กลางอุโบสถเป็นลูกนิมิตจะไม่เป็นอย่างอื่น”
มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญหลายอย่างซึ่งเป็นนิมิตหมายที่ดีสำหรับวัดเชิงคีรี ก่อนที่จะได้ก้อนหินมหัศจรรย์นี้มา กล่าวคือ วัดเชิงคีรี (วัดพระเสด็จ) เป็นวัดที่เก่าแก่มีอายุการสร้างมาประมาณ ๗๐๐ กว่าปี ต่อมามีการสร้างอุโบสถขึ้นมาใหม่ครอบฐานอุโบสถเดิมที่ชำรุด การก่อสร้างอุโบสถขึ้นใหม่ ได้ทำการขุดค้นหาลูกนิมิตของอุโบสถหลังเดิมเพื่อทำการถอนลูกนิมิตเดิมออก แต่ปรากฏว่าหาไม่พบทั้ง ๙ ลูก
จึงได้ก่อสร้างอุโบสถหลังใหม่ครอบฐานเดิมไว้ และใช้ทำพิธีสังฆกรรมในอุโบสถหลังใหม่มาตลอดเพราะเป็นอุโบสถเก่า ต่อมามีญาติโยมต่างถิ่นสอบถามว่าสิ่งก่อสร้างขึ้นมาใหม่นี้ เป็นอุโบสถหรือวิหาร ถ้าเป็นอุโบสถ ทำไมไม่มีใบเสมา ด้วยเหตุดังกล่าวคณะกรรมการวัดได้ประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นควรขอพระราชทานวิสุงคามสีมาขึ้นมาใหม่
ได้มีการประชุมชาวบ้านเมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๗ ได้มีมติว่าให้กำหนดการจัดงานปิดทองฝังลูกนิมิตขึ้นระหว่าง ๑๓ - ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ หลังจากมีกำหนดจัดงานตัดลูกนิมิตได้ ๓ - ๔ วัน ก็มีเหตุอัศจรรย์ให้ลูกนิมิตลูกเอก (กลางอุโบสถ) ที่เทพยดาทราบว่าทางวัดเชิงคีรีจะทำการฝังลูกนิมิตและมีความต้องการลูกนิมิตอยู่พอดี ท่านจึงประทานลูกนิมิตลูกเอก มาเป็นปฐมฤกษ์ให้แก่วัดเชิงคีรี
ศักยภาพของมนุษย์ คือจุดเริ่มของพระพุทธศาสนา
ความจริงแห่งธรรมชาติของมนุษย์ในข้อที่ว่า มนุษย์เป็นสัตว์ที่ฝึกได้ นี้ พระพุทธศาสนาถือเป็นหลักสำคัญ ซึ่งสัมพันธ์กับความเป็นพระศาสดาและการทรงทำหน้าที่ของพระพุทธเจ้า ดังที่ได้เน้นไว้ในพุทธคุณบทที่ว่า
อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ
“เป็นสารถีฝึกคนที่ควรฝึก ผู้ยอดเยี่ยม เป็นศาสดาของเทวะและมนุษย์ทั้งหลาย” [ม.มู. ๑๒/๙๕/๖๗]
มีพุทธพจน์มากมาย ที่เน้นย้ำหลักการฝึกฝนพัฒนาตนของมนุษย์ และเร้าเตือน พร้อมทั้งส่งเสริมกำลังใจ ให้ทุกคนมุ่งมั่นในการฝึกศึกษาพัฒนาตนจนถึงที่สุด เช่น
วรมสฺสตรา ทนฺตา อาชานียา จ สินฺธวา
กุญฺชรา จ มหานาคา อตฺตทนฺโต ตโต วรํ
“อัสดร สินธพ อาชาไนย กุญชร และช้างหลวง ฝึกแล้วล้วนดีเลิศ แต่คนที่ฝึกตนแล้วประเสริฐกว่า(ทั้งหมด)นั้น” [ขุ.ธ. ๒๕/๓๓/๕๗]
ทนฺโต เสฏฺโถ มนุสฺเสสุ.
“ในหมู่มนุษย์ ผู้ประเสริฐสุด คือคนที่ฝึกแล้ว” [ขุ.ธ. ๒๕/๓๓/๕๗]
วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโถ เทวมานุเส.
“ผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจริยะ เป็นผู้ประเสริฐสุด ทั้งในหมู่มนุษย์และมวลเทวา” [สํ.นิ. ๑๖/๗๒๔/๓๓๑]
อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ โก หิ นาโถ ปโร สิยา
อตฺตนา หิ สุทนฺเตน นาถํ ลภติ ทุลฺลภํ
“ตนแลเป็นที่พึ่งของตน แท้จริงนั้น คนอื่นใครเล่าจะเป็นที่พึ่งได้ มีตนที่ฝึกดีแล้วนั่นแหละ คือได้ที่พึ่งซึ่งหาได้ยาก” [ขุ.ธ. ๒๕/๒๒/๓๖]
มนุสฺสภูตํ สมฺพุทฺธํ อตฺตทนฺตํ สมาหิตํ เทวาปิ ตํ นมสฺสนฺติ
“พระสัมพุทธเจ้า ทั้งที่เป็นมนุษย์นี่แหละ แต่ทรงฝึกพระองค์แล้ว มีพระหฤทัยซึ่งอบรมถึงที่แล้ว แม้เทพทั้งหลายก็น้อมนมัสการ” [องฺ.ปญฺจก. ๒๒/๓๑๔/๓๘๖]
วิทยาลัยสงฆ์พุทธชินราช
วิทยาลัยสงฆ์พุทธชินราช ส่งเสริมกระบวนการศึกษาโดยเน้นไตรสิกขา
คือปัจจุบันนี้ คำว่า Lifelong education แปลว่า การศึกษาตลอดชีวิต พระพุทธศาสนานั้นถือมาตั้งแต่ไหนแต่ไรว่าการศึกษานั้นคือชีวิต ชีวิตนั้นคือการศึกษา แต่ไม่ใช่ชีวิตเฉยๆ ต้องเป็นชีวิตที่ดำเนินอย่างถูกต้อง มีการเรียนรู้ฝึกฝนพัฒนา จึงจะเป็นการศึกษา การศึกษา คือ การฝึกฝนพัฒนา ให้ชีวิตดำเนินไปอย่างถูกต้อง การศึกษาคือการพัฒนาชีวิตดำเนินไปตลอดจนกระทั่งบรรลุเป้าหมาย คืออิสรภาพ และสันติสุข
วิทยาลัยสงฆ์พุทธชินราช รับสมัครบุคคลทั่วไปเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี ปีการศึกษา 2551
1ม.ค. - 23 พ.ค. 2551 นี้ ในสาขาวิชารัฐศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา
ติดต่อ สมัครได้ที่ www.mcupl.th.edu
18 มกราคม 2551
เทคนิคง่ายๆ ฝึกสมองให้ไบรต์
1. จิบน้ำบ่อยๆ เพราะสมองประกอบด้วยน้ำถึง 85 เปอร์เซ็นต์ เซลล์ สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าขาดน้ำเมื่อไหร่ ต้นไม้ก็จะเหี่ยวแห้ง ส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้า หรือคิดไม่ค่อยออก
2. หมั่นทานไขมันดีเป็นประจำทุกวัน เนื่องจากสมองเป็นก้อนไขมัน จำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ อาหารบำรุงสมอง มีอาทิ น้ำมันปลา, สารสกัดใบแปะก๊วย, ปลาที่มีไขมันดี เช่น ปลาแซลมอน, นมถั่วเหลือง, วิตามินรวม และน้ำมันพริมโรสช่วยให้เซลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีเพิ่มความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า
3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาทีหลังจากตื่นนอนทุกเช้า เพื่อให้สมองได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ กระตุ้นให้เกิดจินตนาการเห็นภาพ และมีความคิดสร้างสรรค์
4. หัวเราะและยิ้มบ่อยๆทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอนโดรฟิน หรือสารแห่งความสุขหลั่งออกมา ช่วยกระตุ้นให้หัวใจอบอุ่น เกิดความรักและความหวังดีต่อคนรอบข้าง
5. ใส่ความตั้งใจกับสิ่งที่จะทำอย่างเต็มที่ เหมือนเป็นการป้อนโปรแกรมสมองว่า นี่คือสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น ระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้นๆ ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่างๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน
6. เรียนรู้สิ่งใหม่ๆทุกวัน หมายถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น อ่านหนังสือเล่มใหม่, ทานอาหารร้านใหม่, รู้จักเพื่อนใหม่ และแลก เปลี่ยนวิธีการทำงานใหม่ๆกับเพื่อนร่วมงาน การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆทำ ให้สมองหลั่งสารเอนโดรฟินและโดปามีน เป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียน รู้และสร้าง สรรค์ไปเรื่อยๆ
7. ให้อภัยตัวเองทุกวันความโกรธทำให้เปลืองพลังงานสมอง อย่างน้อยๆถ้าให้อภัยผู้อื่นไม่ได้ ก็ลองลดภาระของสมอง ด้วยการให้อภัยตัวเอง
8. ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดีๆในชีวิต เพราะการเขียนเรื่องดีๆทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีดีๆออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย และมีความคิดสร้างสรรค์
9. ฝึกหายใจลึกๆ สมองใช้ออกซิเจน 20-25 เปอร์เซ็นต์ของออกซิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึกๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ ถ้านั่งทำงานนานๆ แนะนำให้เปลี่ยนบรรยากาศลุกขึ้นเดินยืดเส้นยืดสายบ้างให้ปอดขยาย
คำบูชาหลวงพ่อพระศรีสรรเพชญ(หลวงพ่อโต)
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา, พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ. (กราบ)
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, ธัมมัง นะมัสสามิ. (กราบ)
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สังฆัง นะมามิ. (กราบ)
ประวัติพระสมพงษ์ ปญฺญาวโร
พระสมพงษ์ ปญฺญาวโร วัดเชิงคีรี ตำบลนาเชิงคีรี อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย
อุปสมบท เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ เวลา ๑๕.๓๒ น. ณ.วัดเชิงคีรี
พระครูอนุชิตธรรมคุณ พระอุปัชฌาย์
พระอธิการโชค สีลสุทฺโธ พระกรรมวาจาจารย์
พระมาโนช ญาณาสโย พระอนุสาวนาจารย์
การศึกษาและผลงานที่ประทับใจ
ประถมศึกษา โรงเรียนบ้านนาเชิงคีรี อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย
มัธยมต้น โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย
มัธยมปลาย ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก
นิสิตคณะครุศาสตร์ เอกจริยศึกษา วิทยาลัยสงฆ์พุทธชินราช
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
นักธรรมเอก
ผ่านการฝึกอบรมวิปัสสนาจารย์ รุ่น 8 วิทยาลัยเขตเชียงใหม่
ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรม ตาณัง เลณัง เฉลิมราช 60 ปี
หัวหน้าโครงการบรรพชาและอบรมเยาวชนภาคฤดูร้อนปี 2549 -2550
จัดค่ายพุทธบุตร วัดเชิงคีรี และสานงานคณะสงฆ์ ปี 2547 -2550
ครูพระสอนศีลธรรมประจำอำเภอคีรีมาศ
ตำแหน่ง ทำทุกอย่างที่ได้รับมอบหมาย
ธรรมะประจำใจ ความรู้ คู่คุณธรรม
ประวัติวัดเชิงคีรี
ศิลาจารึกวัดพระเสด็จเมืองสุโขไท ปัจจุบันวัดนี้มีชื่อวัดเชิงคีรีอยู่เชิงด้านตะวันออกของเขาเชิง ทิวภูเขาหลวงด้านทิศใต้ของตัวเมืองสุโขไท มีถนนพระร่วงสายใต้ เมืองสุโขไท- เมืองกำแพงเพชร ผ่านหน้าวัดพอดี
เนื้อความกล่าวถึงนายพันเทพรักษา นายพันสุริยมาศ อำแดงคำกอง อำแดงคำแก้ว ผู้เป็นภรรยา ช่วยกันตบแต่งสถานที่ด้านตะวันออกของเขาเชิง ซึ่งเป็นวัดเล็กๆ เกิดขึ้นก่อนแล้วเรียกว่าวัด “กานสอ” ให้เป็นลักษณะอารามของภิกษุสงฆ์ ( สังฆิการาม ) มีพระภิกษุจำพรรษาอยู่แล้ว ชื่อ “ พระมหาเถรลาหุลเทพวันวาศรีวิริยะปรัชญา ”
เป็นสมภารเจ้าวัด ได้สร้างพระวิหารหลังหนึ่ง
ครั้งถึง ปีมะแม มหาศักราช ๑๔๓๔ ( พ.ศ ๒๐๕๕ ) ท่านเหล่านี้จึงออกป่าวร้องและหาลือบรรดาสัปบุรุษทั้งหลาย ตกลงมอบให้ “ ท่านเจ้าขุนหลวงมหาเพียรปรัชญา ” กับ “ ท้าวยอดท้าว ”เป็นผู้เหมาะสมเดินทางไปอาราธนาอัญเชิญ “ พระศรีสรรเพชร ” ซึ่งเป็นพระรูปศักดิ์สิทธิ์ จากวัด “ วันนาวาส ” นำมาประดิษฐานไว้เป็นประธานในวิหารที่สร้างเสร็จใหม่นั้น และเปลี่ยนชื่อวัด “ กานสอ ” เป็นชื่อใหม่ครั้งนั้นว่า “ วัดพระเสด็จ ” ตามที่อัญเชิญพระพุทธรูปชื่อ “ พระศรีสรรเพชร ” เสด็จมาประดิษฐาน
ต่อจากนั้นท่านเหล่านี้ได้ช่วยกันสร้างอุโบสถวัดพระเสด็จขึ้นจนเสร็จเรียบร้อยในปีขาล มหาศักราช ๑๔๔๐ ( พ.ศ ๒๐๖๑ ) เดือน ๖ ขึ้น ๖ ค่ำ มีพระภิกษุสำคัญเป็นประธานในพิธีผูกพัทธสีมาในวันนั้น ชื่อว่า“ สมเด็จพระสังฆราชจุรามณีศรีสังฆปรินายก สธรรมติลกปรมวธาจาริยบพิตร”
วัดพระเสด็จ มี “ สมเด็จพระสังฆราชจุธามณีฯ เป็นประธานสงฆ์ และ “ มหาพรหมรัตน์ ” และ มหาเถรลาหุลวันวาศรีวิริยปรัชญา ” เจ้าอาวาสวัดพระเสด็จ และ “ มหาปรัชญาเทพ ” ฝ่ายคฤหัสถ์ที่สำคัญก็มี “ ท่านเจ้าขุนหลวงมหาเพียรปรัชญา ” นายพัน เทพรักษา กล่าวคำสาปแช่งไว้ว่าถ้าใดเอา “ อีแก้ว ” ไปขายหรือชักพาอีแก้วหายจากไปวัดพระเสด็จ ขอให้มันผู้นั้นประสบเคราะห์กรรมแบบพระเทวทัต
สู่ยอดขุนเขาวัดเชิงคีรี
วัดเชิงคีรีเป็นวัดที่เหมาะสมแก่การประพฤติปฏิบัติเพื่อแสวงหาโมขธรรมซึ่งปัจุบันได้มีการบูรณะและพัฒนาและจัดสร้างวัดถุถาวรเพื่อให้เหมาะสมแก่การแผ่แผ่พระพุทธศาสนา
วัดเชิงคีรีอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติรามคำแหงประมาณ ๒ กิโลเมตร
วัดเชิงคีรีอยู่หางจากอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย (เมืองเก่าสุโขทัย) ประมาณ 15 กิโลเมตร
วัดเชิงคีรีอยู่ห่างจากที่ทำการอำเภอคีรีมาศ ประมาณ 10 กิโลเมตร
วัดเชิงคีรีอยู่ห่างจากวัดหลวงพ่อพระครูวรธรรมประยุต (หลวงพ่อทุเรียน) ประมาณ 5 กิโลเมตร
การเดินทางเส้นทางถนนสายสุโขทัย - กำแพงเพชร ตัดเขาตำบลบ้านป้อม เข้าสู่วัดเชิงคีรีประมาณ 7 กิโลเมตร สะดวก สะบายดี
นิมิตทองคำ.....กลางอุโบสถ
ด้วยวัดเชิงคีรี ตำบลนาเชิงคีรี อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ได้ดำเนินการก่อสร้างอุโบสถขึ้น ครอบฐานอุโบสถเก่าโดยมีการขยายเขตุออกไปจากเดิม และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๔๒ ทางวัดพร้อมด้วยคณะกรรมการทายกทายิกา จะได้จัดงานผูกพัทธสีมาขึ้นระหว่างวันที่ ๑๓ - ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ รวม ๗ วัน ๗ คืน โดยจัดให้มีการจำหน่าย ดอกไม้ ธูปเทียน ทอง และทอดผ้าป่าสามัคคี มีมหรสพต่างๆ อันไม่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมของประชาชน ทั้งนี้เพื่อหารายได้สมทบในการก่อสร้างถาวรวัตถุและปรับสภาพภูมิทัศน์ให้มีความเรียบร้อยต่อไป
พุทธบุตร....ปี2551
1. ความสำคัญและประเด็นเหตุผล
ปัจจุบันสภาพปัญหาการใช้ยาและสารเสพติดของเด็กและเยาวชนในโรงเรียนและสถาบันศึกษาเป็นปัญหาระดับประเทศซึ่งมีสาเหตุมาจากความไม่รู้ความไม่ตระหนัก ความยากจน ความเจ็บป่วย การดำเนินชีวิตและค่านิยมไม่ถูกต้องและเหมาะสมในสังคม อาทิ การมีค่านิยมทางด้านวัตถุมากกว่าการมีค่านิยมด้านจิตใจ การขาดทักษะในการวิเคราะห์และการตัดสินใจที่ดี การขาดทักษะในการทำงานเป็นหมู่คณะ การขาดทักษะในการเป็นผู้นำผู้ตามที่ดี การขาดความเชื่อมั่นและการนับถือตนเอง การขาดความอดทน และการขาดความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ หากปัญหาดังกล่าวข้างต้นไม่ได้รับการป้องกันและแก้ไขอย่างถูกวิธี จะส่งผลให้เกิดการทำลายต่อเศรษฐกิจ สังคม ชื่อเสียง คุณภาพของประชากร ความเป็นอยู่ระบบครอบครัว ความมั่นคงและปัจจัยการพัฒนาประเทศโดยส่วนรวม
2. ความคิดริเริ่ม
ให้นักเรียนเป็นศูนย์กลางการแพร่ขยายความรู้และการปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างในการรักษาศีลแก่ครอบครัว สถาบันและคนในชุมชนที่กลุ่มนั้นอาศัยอยู่ โดยหลังการอบรมจะมีการติดตามว่า เขาได้ทำอะไรบ้างที่เป็นตัวอย่าง ต้องมีผลงานเป็นรูปธรรมด้วย เช่นวันอาทิตย์นี้เข้าวัดไปฟังธรรมและปฏิบัติธรรม รักษาศีล แล้วมีการช่วยเหลือสังคมในด้านใดบ้าง โดยทั้งหมดจะสอบถามจากบุคคลรอบข้างของนักเรียนและจากสมุดตรวจบันทึกด้วย
3.วัตถุประสงค์
1 สร้างกระบวนการความร่วมมือพร้อมพัฒนาประสิทธิภาพขององค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้อง
2. สร้างค่านิยมที่ถูกต้องในการปฏิบัติตนรู้จักคิดแล้วทำในสิ่งที่เป็นการพัฒนาทางด้านจิตใจและความประพฤติ
3. ให้นักเรียนมีความประพฤติอยู่ในหลักศีล 5 สร้างภูมิคุ้มกันและการแก้ไขปัญหาสิ่งเสพติด
4. การประพฤติตนไม่ให้มีการเบียดเบียนชีวิตผู้อื่นและสร้างความเดือดร้อนให้สังคมในปัจจุบันและอนาคต
“ลูกจ๋าแม่ขอโทษ อย่าน้อยใจเลย”
หลังจากที่แพทย์พยาบาลได้ช่วยเหลือ “น้องจ๋า” อย่างเร่งด่วนจนเธอฟื้นคือสติและอยู่ในภาวะ
พร้อมที่จะพูดคุย
พ่อแม่ของน้องจ๋านำเธอส่งโรงพยาบาล เมื่อพบว่าน้องจ๋ากินยานอนหลับเข้าไปมากเกินขนาดและอยู่ในสภาพหลับใหลเรียกไม่ตื่น ระหว่างที่ยังไม่รู้ว่าชีวิตของน้องจ๋าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร สังเกตเห็นสีหน้าแววตาที่ตื่นตระหนักและวิตกกังวลของผู้เป็นพ่อแม่ ตราบจนกระทั่งแพทย์บอกว่า น้องจ๋าปลอดภัยแล้ว จึงเห็นสีหน้าที่ผ่อนคลายและได้ยินเสียงถอนหายใจจากพ่อแม่
น้องจ๋าเล่าให้หมอฟังว่า “อยากกินยานอนหลับมากๆ น้อยใจแม่ คิดว่าแม่ไม่รัก ความคิดนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ รู้แต่ว่าสะสมมานานมากแล้ว”
คิดว่าแม่รักพี่ชายมากกว่าพี่ชายไม่ต้องช่วยทำงานบ้านอะไรเลย แต่แม่จะสั่งให้จ๋าทำทุกอย่าง
เวลาแม่ไปจ่ายตลาดก็จะถามพี่ชายว่าจะกินอะไรและซื้อมาฝาก ส่วนจ๋าเท่าที่จำได้แม่เคยถามเพียงครั้ง
เดียวและนานมาแล้วด้วย แม่ไม่เคยมีอะไรมาฝากจ๋าเลย ไม่เคยให้คำปรึกษาในการเลือกซื้อเสื้อผ้า ข้าว
ของเครื่องใช้ตั้งแต่เริ่มเป็นสาว แต่แม่กระตือรือร้นที่จะซื้อสิ่งของเหล่านั้นให้พี่ชายเสมอ”.
“ครั้งนี้ก็สุดจะทนแล้วขออนุญาตไปเที่ยวกับเพื่อนๆ แม่ก็ไม่ให้ไป ส่วนพี่ชายขออนุญาตไป
ไหนๆ แม่ก็อนุญาตให้ไปทุกครั้ง แม่ไม่รักก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ไปทำไม ขอเกิดมาเป็นลูกของแม่คนที่รักเรา
ชาติหน้าดีกว่า” พร้อมกับเสียงสะอื้นของน้องจ๋า
แม่น้องจ๋านั่งฟ้งอยู่ห่างๆ ด้วยน้ำตาไหลอาบแก้ “โธ่ลูกเอ๋ย แม่ไม่รู้เลยว่าลูกจะน้อยใยเพียงนี้
การที่แม่ให้ลูกทำงานบ้านเพราะเห็นว่าเป็นผู้หญิง ควรเป็นงานบ้านงานเรือนโตขึ้นจะได้ดูแลบ้านได้
ถึงแม้ผู้หญิงสมัยนี้จะต้องทำงานนอกบ้าน หน้าที่ดูแลบ้านก็ทิ้งไม่ได้ ส่วนผู้ชายไม่รับผิดชอบงาน
อะไรในบ้านก็ไม่เป็นไร”
“ที่แม่ไม่ซื้ออะไรมาฝากลูก เพราะเห็นลูกบ่นว่าไม่อยากอ้วน เพื่อนๆ เขาผอมกัน เมื่อลูกโตแล้ว
แม่ก็ไม่อย่างก้าวก่ายเรื่องแต่งตัวของลูก กลัวว่าแม่จะเชยเกินไป ไม่เข้ากับรสนิยมวัยรุ่น ความจริงนั้น
แม่รักลูกสองคนเท่าๆ กัน ออกจะห่วงน้องจ๋ามากกว่าด้วย ไม่อยากให้ไปไหนไกลๆ กลัวเกิดอันตราย
กับน้องจ๋า กลัวจะไม่ทันคน ปกป้องตัวเองไม่ได้ ไม่นึกเลยว่าจะทำให้ลูกน้อยใยหาทางหนีจากแม่ไป”แม่เสียงสั่นและเข้ากอดน้องจ๋า
16 มกราคม 2551
พุทธศาสนสุภาษิต(คาถาชนะตน)
คิดเสียก่อนนิสสัมมัง กะระนัง เสยโย คิดเสียก่อนแล้วค่อยลงมือทำ
คิดเสียก่อนแล้วทำจงจำไว้ ทำสิ่งใจใจต้องคิดทั้งหน้าหลัง
ทำพูดคิดสิ่งใดให้ระวัง เมื่อพลาดพลั้งขึ้นมาจะเสียใจ
ก่อนจะทำสิ่งใดใจต้องคิด ถูกหรือผิดทำอย่างนี้ดีหรือไม่
ถ้าเห็นว่าไม่ดีมีโทษภัย ต้องหาทางทำใหม่ทำให้ดี
คาถาชนะใจตน
อัตตา หะเว ชิตัง เสยฺโย ชนะตนนั้นแหละดี
ชนะอื่นหมื่นแสนแม้ร้อยครั้ง หากว่ายังแพ้กิเลสและเหตุผล
ไม่ยิ่งใหญ่ไปกว่าปัญญาชน ผู้ข่มจิตพิชิตตนเพียงหนเดียว
จงเตือนตน
อัตตานา โจทยัตตานัง จงเตือนตนด้วยตนเอง
ตนเตือนตนของตนให้พ้นผิด ตนเตือนจิตตนได้ใครจะเหมือน
ตนเตือนตนไม่ได้ใครจะเตือน ตนแชเชือนใครจะเตือนให้ป่วยการ


