24 กุมภาพันธ์ 2551

7 วิธีสร้างสุขในที่ทำงาน

1. เชี่ยวชาญเรื่องอินเทอร์เน็ตใครๆ ก็รู้ว่ายุคสมัยนี้ใครที่มี "ข้อมูล" มากกว่ามักได้เปรียบ ยิ่งรอบรู้มากเท่าไร คุณก็จะยิ่งมั่นใจในสิ่งที่คิดที่ทำมากเท่านั้น ลองพิจารณาดูตัวเองว่าขาดตกบกพร่องตรงนี้ไปหรือเปล่า เพราะหากคุณปรับปรุงตัวเองได้ ไม่ว่าคุณจะคุยกับใครก็เป็นต่อ เพื่อนร่วมงานก็จะแอบทึ่ง โดยเฉพาะเจ้านายคงนิยมชมชอบ เทคะแนนให้คุณเต็มที่
2. ประเมินตัวเองอย่างมีเหตุผล ได้เวลา "กำจัดจุดอ่อน" อย่าเพิ่งตกใจว่าใครจะมากำจัดคุณ ตัวคุณนั่นแหละที่ต้องกำจัดจุดอ่อนของตัวเอง เริ่มจากเขียนออกมาเป็นข้อๆ ว่าคุณมีจุดอ่อนจุดแข็งอะไรบ้าง แล้วให้เพื่อนที่คบกันมานานจนรู้ไส้รู้พุงคุณดีลองอ่าน และช่วยแนะนำว่าคุณควรปรับปรุงจุดไหนบ้าง จากนั้นก็พิจารณาเหตุผลที่ได้ในแต่ละข้อ แล้วนำมาแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ โดยเฉพาะจุดอ่อนของคุณ เพราะหากคุณมีจุดอ่อนยิ่งจะเป็นเป้าการตำหนิของเพื่อนร่วมงานและเจ้านายซึ่งส่งผลให้สภาพจิตใจถูกบั่นทอนลงไปด้วย
3. พิชิตความกลัวด้วยความกล้าโดยเริ่มฝ่าด่านความกลัวจากเรื่องง่ายๆ ก่อน เช่น การดูหนังคนเดียวในโรงภาพยนต์แล้วคุณจะรู้สึกถึงชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ เกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง และมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น ใช้ความรู้สึกแหละเผชิญหน้ากับสิ่งต่างๆ ที่ทำให้คุณกลัวในที่ทำงานแล้วคุณจะพบว่าไม่มีอะไรน่ากลัวเลยสักนิด ถ้าคุณคิดที่จะทำ
4. จัดระบบการทำงานให้มีระเบียบ การจัดทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นระบบ คุณจะเห็นอะไรๆ ชัดเจนขึ้น โต๊ะทำงานที่รกรุงรังเต็มไปด้วยแฟ้มเอกสาร ควรจัดเก็บให้เข้าที่เข้าทางเพื่อความสะดวกในการค้นหาและนำมาใช้งาน ถ้ารู้สึกว่าหน้าจอคอมพิวเตอร์เต็มไปด้วยอีเมล์เก่าๆ หรือไฟล์งานที่ไม่ใช้แล้ว ควรลบทิ้งไป เพื่อเพิ่มเติมสิ่งใหม่เข้าไปแทน
5. ทำจิตใจให้แจ่มใสการทำใจให้สบายคือคุญแจดอกสำคัญที่จะขจัดปัญหาต่างๆ เชื่อเถอะว่า ไม่มีอะไรแย่จนแก้ไขไม่ได้ จงมองโลกในแง่ดี มีทัศนคติที่ดีในการทำงาน ถ้าเครียดมากนักก็พักซะบ้าง และที่พักผ่อนที่ดีที่สุดก็ไม่พ้นที่บ้าน จัดมุมพักผ่อนที่เงียบสงบ สามารถแวะเข้ามานั่งเล่น นอนเล่นได้อย่างสบายใจ ถ้ายามใดที่ต้องแบกปัญหากลับมาบ้าน แวะเข้ามามุมนี้ อย่างน้อยสัก 5 นาที ในแต่ละวัน ไอเดีย***งๆ มักจะเกิดขึ้นในยามที่จิตใจสงบเสมอ
6. หนักแน่นและมีเหตุผลเมื่อมีปัญหาในหน้าที่การงาน อย่าเพิ่งตีโพยตีพายเป็นกระต่ายตื่นตูม แต่ควรพยายามควบคุมจิตใจให้หนักแน่นและมีเหตุผลไม่ปล่อยให้ตัวเองตื่นเต้น หวั่นไหว ฟุ้งซ่านหลังจากนั้นก็คิดหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างมีสติ
7. ค้นหาคุณค่าที่แท้จริงของตัวเอง ลองทบทวนถึงสิ่งที่ผ่านมา ประเมินว่าตัวเองมีความถนัดหรือไม่ถนัดกับสิ่งที่ต้องรับผิดชอบขณะนี้ ถ้าถนัดและชอบอยู่แล้ว ก็พัฒนาความสามารถให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ถ้าเป็นตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงก็ควรปรับและเปลี่ยนให้เหมาะสม
ปฏิบัติตามวิธีดังกล่าวดู ตราบใดที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงชีวิตการทำงานของคุณจะราบรื่นเป็นสุขขึ้นอีกหนึ่งความรู้สึกดี - ดี อีกด้วย
http://www.mcu.ac.th

8 ปริศนาธรรมการปลงศพ

1. มัดตราสังเป็นสามเปราะเคาะความหมาย เมื่อวางวายมัดคอไว้ความหมายล้ำ การผูกมัดหมายถึงบ่วงห่วงให้จำ ที่คอนั้นบ่วงรักลูกผูกมัดใจ มัดที่มือคือบ่วงรักภักดิ์ผัว-เมีย เมื่อตายเสียยังห่วงหาอาทรไห้ ส่วนสมบัติและทรัพย์สินนั้นกินใจ มัดติดไว้ที่ข้อเท้าให้เศร้าตรม สามบ่วงนี้ผูกติดจิตติดนิสัย เมื่อบรรรลัยนิพพานไปไม่ได้สม ต้องเวียนว่ายในวัฏฏะสังคคม เป็นอารมย์ที่ยึดติดจิตอุปไมย

2. ยามพระสงฆ์นั่งสวดพร้อมน้อมรับศีล ศพไม่ได้ยินบุตรหลานก็เคาะโลงให้ แท้จริงใบ้แขกรับศีลผินประไพ เป็นความหมายบอกผู้คนยลพระธรรม อย่าทำตัวให้ประมาทขาดสติ ไม่ทิฏฐิละทิ้งไปในคำสอน หมดโอกาสได้กระทำยามม้วยมรณ์ จะอ้อนวอนเคาะโลงไงไม่ได้ฟัง
3. ยามพระสงฆ์สวดภาษาว่าบาลี หมู่คนดีฟังไม่รู้อยู่หน้าหลัง เข้าใจว่าพระสวดให้คนตายฟัง อโธ่ถัง! พระสวดสอนคนตอนเป็น หวังให้คนเอาไปใช้ปฏิบัติ ใช้ยืนหยัดดำรงตนพ้นทุกข์เข็ญ หากฟังแล้วไม่เข้าใจไม่จำเป็น ขอให้เน้นสำรวมจิตคิดสิ่งดี
4. บวชหน้าไฟมักเข้าใจกันให้ผิด ต่างก็คิด"จูงคนตาย"ไปวิถี พ้นนรกสู่สวรรค์ชั้นที่ดี จึงบางทีแย่งกันบวชผนวชกัน แท้ที่จริงเป็นการลงปลงสังเวช ถึงสาเหตุเกิดเจ็บตายไม่เหหัน เกิดมาแล้วไม่แคล้ววายตายด้วยกัน เพียงเท่านั้นมนุษย์นี้มีอะไร เมื่อปลงได้ก็อยากได้หนีไปบวช ไปผนวชหนีแสงสีโลกีย์วิสัย ประพฤติธรรมเพื่อหลุดล้นให้พ้นไป เพื่อจะได้สู่มรรคผลหนนิพพาน
5. การนิมนต์พระจูงศพพบแห่งเหตุ เป็นจิตเจตให้คนคิดจิตสันนิษฐาน ใช้พระธรรมองค์สัมมาฯมีมานาน ดำรงการดำรงตนเป็นคนดี ยามมีชีพดำรงตามพระธรรมสอน ตามขั้นตอนองค์สัมมาหาวิถี เอาคนตายให้พระนำตามวิธี สังวรนี้ไว้สอนคนสนใจทำ
6. การเวียนศพซ้าย 3 รอบชอบความหมาย การเวียนว่ายเกิดตายในภพสาม มีกามภพ,รูปภพ,อรูปภพ ประสบตาม ทุกเมื่อยามอยู่วนเวียนกรรมเกวียนกง เมาตัณหาอุปทานการกิเลส น่าสังเวชเป็นทุกข์ใจให้ลุ่มหลง ไม่จบสิ้นมัวเวียนว่ายตายอยู่ยง ต้องละหลงทวนกระแสแห่ศพเวียน
7. น้ำมะพร้าวล้างหน้าศพลบกิเลส เป็นจิตเจตน์ความสะอาดไม่พลาดเปลี่ยน ดั่งน้ำทิพย์อันบริสุทธิ์ดุจกระเษียร ชำระเปลี่ยนให้จิตใจใส่ดวงธรรม
8. เผาศพแล้วเหลือขี้เถ้าเคล้าเศษอัฐิ เขาเขี่ยคัดเถ้าไปมาน่าสอบถาม จัดเป็นรูปร่างคนจนสวยงาม คือหมายความกลับชาติใหม่ใช้กรรมเวร
ปริศนาธรรมคนเก่าก่อนสอนให้คิด แฝงนิมิตบอกความนัยให้คนเห็น เป็นข้อคิดก่อเกิดธรรมความจำเป็น และฝากเน้นถึงกรรมดีที่พึงทำ..... http://www.watkoh.com/

19 กุมภาพันธ์ 2551

ธรรมะยาใจ สุขกาย สบายใจ

ลูกรัก...
ขึ้นชื่อว่าความทุกข์แล้วเป็นไม่มีใครปรารถนาแน่นอน แต่ทุกคนก็มีทุกข์ติดตัวกันอยู่ทั้งนั้น มากบ้างน้อยบ้างก็ต้องมี เพราะท่านว่าทุกข์มี ๒ อย่างคือ ทุกข์กายกับทุกข์ใจ ทุกข์กายแก้ได้ด้วยอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค แต่ทุกข์ใจนั้นท่านว่าต้องแก้ด้วยธรรมะ ธรรมะเป็นยาแก้ทุกข์ทางใจ เป็นยาหอมบำรุงหัวใจ เป็นที่พึ่งทางใจ คนเราเมื่อมีทุกข์ทางกาย ได้อาหารเป็นต้นมารักษาก็หาย แต่ทุกข์ทางใจต้องใช้ธรรมะมารักษา คนที่ไม่เห็นความจริงข้อนี้ เมื่อมีทุกข์ทางใจก็จะทุกข์หนัก ว้าเหว่ เศร้าสร้อย บ่นเพ้อรำพันและโวยวายโทษนั่นโทษนี่ ส่วนคนที่มีธรรมะและปฏิบัติธรรมะจะมีภูมิต้านทานทุกข์ทางใจได้ดีกว่าคนปกติ แม้จะเผชิญกับทุกข์ก็บรรเทาทุกข์ได้เอง และสามารถหาความสุขได้แม้ในยามทุกข์เข็ญ ลูกจงฝึกฝนทำความเข้าใจธรรมะให้ดีเถิด จะเข้าใจได้เองว่าธรรมะนั้นดีอย่างไร
(อบรมโครงการกลุ่มเพื่อนร่วมใจ อยู่กับเบาหวามอย่างไรให้มีความสุข 19 ก.พ.51) http://www.dhammajak.net/

18 กุมภาพันธ์ 2551

ธรรมะยาใจ อยู่อย่างไรให้มีสุข


ธรรมะที่พระองค์ทรงสอนไว้นี้ความจริง ก็เป็นยาชนิดหนึ่ง
ที่เป็นเครื่องรักษาจิตใจให้พ้นจากความเป็นทุกข์ ความเดือนร้อน
พระพุทธเจ้าเองก็เป็นนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ในการรักษาโรคทางใจ อันเกิดขึ้นแก่บุคคลทั่วๆไป
ธรรมะที่พระองค์นำไปแสดงนั้น เป็นยาขนานแท้ๆ สำหรับรักษาโรคทางวิญญาณ
เราต้องเรียนยาเอาเอง เรียนสรรพคุณของตัวยา
แล้วเราก็เอายาไปใช้ในยามที่เรามีความทุกข์เดือนร้อนใจ
(อบรมโครงการกลุ่มเพื่อนร่วมใจ อยู่กับเบาหวามอย่างไรให้มีความสุข 19 ก.พ.51)

16 กุมภาพันธ์ 2551

พรหมวิหารธรรม

พรหมวิหารธรรม แปลว่า ธรรมของพรหมหรือของท่านผู้เป็นใหญ่ พรหมวิหารเป็นหลักธรรมสำหรับทุกคน เป็นหลักธรรมประจำใจที่จะช่วยให้เราดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างประเสริฐและบริสุทธิ์ หลักธรรมนี้ได้แก่
เมตตา ความปรารถนาให้ผู้อื่นได้รับสุข
กรุณา ความปราถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์
มุทิตา ความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี
อุเบกขา การรู้จักวางเฉย
๑. สุขัง สุปฏิ นอนหลับเป็นสุข เหมือนนอนหลับในสมาบัติ
๒. ตื่นขึ้นก็มีความสุข มีอารมณ์แช่มชื่นหรรษา ไม่มีความขุ่นมัวในใจ
๓. นอนฝัน ก็ฝันเป็นมงคล มิฝันเห็นสิ่งลามก
๔. เป็นที่รักของมนุษย์ เทวดา พรหม และภูติผีทั้งปวง
๕. เทวดาและพรหม จะรักษาให้ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง
๖.จะไม่มีอันตรายจากเพลิง ไม่มีอันตรายจากสรรพาวุธและยาพิษ
๗. จิตจะตั้งมั่นในอารมณ์สมาธิเป็นปกติ สมาธิที่ได้ไว้แล้วจะไม่เสื่อม จะเจริญรุดหน้ายิ่งขึ้น ๘. มีดวงหน้าผุดผ่องเป็นปกติ
๙.เมื่อจะตาย จะมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ สติมิฟั่นเฟือน
๑๐. ถ้ามิได้บรรลุมรรคผลในชาตินี้ เพราะทรงพรหมวิหาร ๔ นี้ ผลแห่งการเจริญพรหมวิหาร๔ นี้ ก็จะส่งผลให้ไปเกิดในพรหมโลก
๑๑. มีอารมณ์แจ่มใส จิตใจปลอดโปร่ง ทรงสมาบัติ วิปัสสนา และทรงศีลบริสุทธิ์ผุดผ่องเป็นปกติ รวมอานิสงส์การทรงพรหมวิหาร ๔ มี ๑๑ ประการ

อุทยานแห่งชาติรามคำแหง (เขาหลวง)

หากจังหวะชีวิตของคุณคือการเดินทาง
กี่ก้าวที่ผ่านมาตลอดชีวิตก็คงหมดค่า
หากความปรารถนาคุณคือสิ่งที่มาไม่ถึง
ชีวิตยังมีหวังชีวิตยังมีโอกาส
หากหยุดพักบางจังหวะชีวิตเพื่อชีวิต

http://www.choengkili.blogspot.com/

เที่ยวอุทยานแห่งชาติรามคำแหง
ปรางค์หินแกร่งเขาปู่จ่า
ถ้ำพระแม่ย่าศักดิ์สิทธิ์
เพลินพิศน้ำตกลำเกลียว
ท่องเที่ยวถนนพระร่วง
บูชาหลวงพ่อโตนาเชิงคีรี.


อุทยานแห่งชาติรามคำแหง (เขาหลวง)

อุทยานแห่งชาติรามคำแหง (เขาหลวง)
แนวเขาหลวงมีรูปร่างคล้ายใบหน้าผู้หญิงงดงามชัดเจนที่สุด เมื่อท่านได้มองจากบ้านนาเชิง ความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสรรค์สร้าง คนทุ่งหลวงต่างภาคภูมิใจ คนสมัยก่อนเรียกป่านี้ว่า "ป่าเขาหลวง" ปรากฏในหลักศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงในสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี
แสดงให้เห็นว่าเขาหลวงนี้มีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิตและเป็นที่เคารพเชื่อถือของบรรพบุรุษเมืองสุโขทัยอย่างยิ่ง และปัจจุบันยังมีร่องรอยสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ปรากฏอยู่ในบริเวณและรอบ ๆ เขาหลวง นอกจากนี้ยังมีสวนลุ่ม สวนขวัญ ซึ่งเป็นสวนสมุนไพรในสมัยพระร่วงเจ้า ซึ่งมีความสำคัญต่อกรุงสุโขทัยสมัยนั้น และมีความสำคัญต่อคนสมัยนี้ในการค้นคว้า ศึกษา วิจัย เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์อย่างหนึ่ง

20 มกราคม 2551

ธรรมะ..ติดปีก

ความฝัน
หนึ่งคนหนึ่งความคิด หนึ่งชีวิตหนึ่งความฝัน
หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หนึ่งความฝันอยู่ไม่ไกลที่ตั้งใจ
ธรรมจากทราย
ทรายนับไม่ถ้วนจำนวนทราย คนทั้งหลายนับไม่ถ้วนในคุณค่า
ทรายจะแกร่งเพราะว่าผ่านการเวลา คนจะเก่งกล้าเพราะผ่านการฝึกอบรม
ธรรมะชาย หญิง
เกิดเป็นหญิงอย่าใจง่าย เกิดเป็นชายอย่าใจทราม
ถ้าผู้หญิงใจง่าย เจอผู้ชายใจทราม ศีลข้อสามก็รักษาไม่ได้
ค่าของขี้
ขี้เป็ดขี้ไก่มีค่าใช้เลี้ยงปลา ขี้หมูขี้หมามีค่าใช้ทำปุ๋ย
ขี้ของคนมีค่าหมายังลุย คนขี้คุยหมดค่าหมาไม่แล

งานวิจัยวรรณกรรม เรื่องกามนิต วาสิฏฐี

ตอนที่ ๒๘ บนฝั่งคงคาสวรรค์
อยู่มาสมัยหนึ่ง กามนิตและวาสิฏฐีระลึกได้ว่า เมื่อครั้งเป็นมนุษย์เคยใฝ่ฝันถึงคงคาสวรรค์ บัดนี้ ด้วยเทวฤทธิ์ที่มีอยู่ก็อาจไปถึงได้โดยไม่ยาก ทั้งสองจึงชวนกันลอยล่องไปสู่ภูมิสถานนั้น ตามระยะทางที่ยิ่งห่างไปจากดินแดนบันเทิงสุขแห่งสระบัวสรรพสิ่งอันประโลมใจก็ค่อยจางหายลดลงโดยลำดับ ลักษณะภูมิประเทศมีความแปลกออกไป ผ่านพงหญ้าหนามและดงตาลแล้วก็มาถึงฝั่งคงคาสวรรค์ ที่นั้นท้องฟ้าเป็นสีดำมืดมิด ตัดกับสายน้ำสีขาวที่พล่านรุนแรงอยู่โดยตลอด ไม่มีกลิ่นรสที่อบอวลเย้ายวนใจ ทั้งไม่มีดนตรี เสนาะโสตชวนเคลิบเคลิ้ม อากาศในที่นั้นเย็นและบริสุทธิ์
ไร้สิ่งเจือปน วาสิฏฐีรู้สึกเบิกบานสูดหายใจเต็มที่ แต่กามนิตรู้สึกอึดอัดหายใจแทบไม่ทัน จิตเริ่มหวั่นไหวด้วยเสียงที่ดังสนั่นราวอสุนีบาต วาสิฏฐีอธิบายว่า เป็นเสียงแห่งกระแสธารในคงสวรรค์ ซึ้งประกอบด้วยโลกทั้งหลายที่ต่างโคจรไป เมื่อเสียดกระทบกัน จึงเกิดเสียงดังปานฟ้าผ่า
กามนิตเห็นว่าที่นั้นไม่น่ารื่นรมย์ ส่วนวาสิฏฐีกลับอยากจะล่องลอยไปกับกระแสคงคาสวรรค์ แต่กามนิตฉุดยั้งไว้ไม่ให้ไป หวั่นว่าจะเกิดเภทภัยพลัดจากกันอีก จากนั้นทั้งคู่ก็เหินกลับมายังสระบัว และอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขสมดังความรักที่มีต่อกันโดยไม่มีอุปสรรคขวางกัน

(ถามว่า....วรรณกรรมตอนนี้ให้ข้อคิดเชิงคุณธรรมแก่ผู้อ่านอย่างไร.....)

บำเพ็ญบารมี ๑๐ ทัศ

เมื่อพระเวสสันดรโพธิสัตว์สวรรคตแล้วเสด็จไปอุบัติเป็นสันดุสิตเทพบุตรในสวรรค์ชั้นดุสิตเทวดาทุกสวรรค์ชั้นฟ้ามาประชุมปรึกษากันว่า ใครจะมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ต่างก็เล็งว่า พระโพธิสัตว์สถิตอยู่ในสวรรค์ชั้นดุสิต จะมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า จึงพากันไปทูลเชิญให้จุติลงมาโปรดสัตว์โลก
ก่อนที่พระโพธิสัตว์อันสถิตอยู่ ณ สวรรค์ชั้นดุสิต จะได้ทรงตรัสรู้บรรลุธรรมเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อโปรดชาวโลกนั้น พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านได้ทรงบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการ
๑. พระเตมีย์ ทรงบำเพ็ญ เนกขัมมบารมี คือ ความอดทนสูงสุด
๒. พระมหาชนก ทรงบำเพ็ญ วิริยะบารมี คือ ความพากเพียรสูงสุด
๓. พระสุวรรณสาม ทรงบำเพ็ญ เมตตาบารมี คือ ความเมตตาสูงสุด
๔. พระเนมิราช ทรงบำเพ็ญ อธิษฐานบารมี คือ ความมีจิตที่แน่วแน่สมบูรณ์
๕. พระมโหสถ ทรงบำเพ็ญ ปัญญาบารมี คือ ความมีปัญญาสูงสุด
๖. พระภูริทัต ทรงบำเพ็ญ ศีลบารมี คือ ความมีศีลที่สมบูรณ์สูงสุด
๗. พระจันทกุมาร ทรงบำเพ็ญ ขันติบารมี คือ ความอดกลั้นสูงสุด
๘. พระนารทพรหม ทรงบำเพ็ญ อุเบกขาบารมี คือ การมีอุเบกขาสูงสุด
๙. พระวิธูรบัณฑิต ทรงบำเพ็ญ สัจจบารมี คือ ความมีสัจจะสูงสุด
๑๐. พระเวสสันดร ทรงบำเพ็ญ ทานบารมี คือ การรู้จักให้ทานสูงสุด

"พระปัญญานันทภิกขุ...ภิกษุสี่แผ่นดิน"

กผส.ยกย่อง “หลวงพ่อปัญญา”เป็นผู้สูงอายุแห่งชาติคนแรกของประเทศไทย อายุมากแต่ยังทำประโยชน์ให้สังคม-ไม่มีคนยี้ ปลุกผู้สูงอายุ ๖ ล้านคนอย่าทำตัวเป็นกาฝากต้องทำงาน เสนอขยายอายุเกษียณตามศักยภาพบุคคล ห่วงวัยรุ่นสุรุ่ยสุร่ายฝากคนแก่คุมพฤติกรรม เมื่อวันที่ ๔ เม.ย. ๕๐ ที่หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ นพ.บรรลุ ศิริพานิช ประธานสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี แถลงข่าวงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๐ ว่า คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ(กผส.) มีฉันทานุมัติยกย่องให้พระพรหมมังคลาจารย์(ปัญญานันทภิกขุ) เป็นผู้สูงอายุแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๐ เป็นคนแรกของประเทศไทย เนื่องจากพระพรหมมังคลาจารย์มีอายุถึง ๙๖ ปีแล้ว แต่ยังทำประโยชน์ให้กับสงัคมอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง เป็นบุคคลที่สาธารณะชนยอมรับ เมื่อประกาศชื่อแล้วจะไม่มีใครคัดค้าน โดยวันที่ ๑๑ เมษายนนี้ ภายในพิธีเปิดงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี จะถวายเกียรติบัตรและปัจจัยสนับสนุนกิจกรรมพระพรหมมังคลาจารย์ ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

"เป็นมนุษย์ หรือ เป็นคน"

เป็นมนุษย์ เป็นได้ เพราะใจสูง
เหมือนหนึ่งยูง มีดี ที่แววขน
ถ้าใจต่ำ เป็นได้ แต่เพียงคน
ย่อมเสียที ที่ตน ได้เกิดมา
ใจสะอาด ใจสว่าง ใจสงบ
ถ้ามีครบ ควรเรียก มนุสสา
เพราะทำถูก พูดถูก ทุกเวลา
เปรมปรีดา คืนวัน ศุขสันติ์จริง
ใจสกปรก มืดมัว และร้อนเร่า
ใครมีเข้า ควรเรียก ว่าผีสิง
เพราะพูดผิด ทำผิด จิตประวิง
แต่ในสิ่ง นำตัว กลั้วอบาย
คิดดูเถิด ถ้าใคร ไม่อยากตก
จงรีบยก ใจตน รีบขวนขวาย
ให้ใจสูง เสียได้ ก่อนตัวตาย
ก็สมหมาย ที่เกิดมา อย่าเชือน เอยฯ (หลวงพ่อพุทธทาส)

"ครูคือใคร ใครคือครู"

ครูคือใคร ใครคือครู ในวันนี้
ใช่อยู่ที่ ปริญญา มหาศาล
ใช่อยู่ที่ เรียกว่า ครู อาจารย์
ใช่อยู่นาน สอนนาน ในโรงเรียน
ครูคือผู้ ชี้นำ ทางความคิด
ให้รู้ถูก รู้ผิด คิดอ่านเขียน
ให้รู้ทุกข์ รู้ยาก รู้พากเพียร
ให้รู้เปลี่ยนแปลง แรงสู้ รู้สร้างงาน
ครูคือผู้ ยกระดับ วิญญาณมนุษย์
ให้สูงสุด กว่าสัตว์ เดรัจฉาน
ครูคือผู้ สั่งสม อุดมการณ์
ปณิธาน เพื่อคน อื่นใช่ตนเอง
ครูจึงเป็น นักสร้าง ผู้ยิ่งใหญ่
สร้างคนจริง สร้างคนกล้า สร้างคนเก่ง
สร้างคนให้ไว้ เป็นตัว ของตัวเอง

ขอมอบ เพลงนี้ มาบูชาครู (16 ม.ค วันครู)

ทฤษฎีความรักแบบใหม่

* พุทธศาสตร์ *
ปิยเต ชายเต โสโก ปิยโต กุโต ภยํ ปิยโต วิปฺปมุตฺตสฺส นตฺถิ โสโก กุโตภยํ
ที่ใดมีรัก ที่นั่น มีทุกข์ ความเศร้าโศกเกิดจากความรัก ภัยเกิดจากความรัก เมื่อปราศจากความรัก ความเศร้าโศกก็ไม่มี ภัยก็ไม่มี พระพุทธองค์สอนถูกทุกประการ. “ ความทุกข์เกิดจากความรัก ”
ตำราอาหารพิเศษ มีเครื่องปรุงดังนี้
1. ความรัก 4 ถ้วยตวง
2. ความซื่อตรง 2 ถ้วยตวง
3. การให้อภัย 3 ถ้วยตวง
4. ความเป็นมิตร 1 ถ้วยตวง
5. ความอ่อนโยน 2 ถ้วยตวง
6. ความเข้าใจ 4 ถ้วยตวง
7. อาการยิ้มแย้ม / เสียงหัวเราะ 1 ถัง
วิธีปรุง ผสมความรัก ความซื่อตรงให้เข้ากัน เคล้าด้วยความอ่อนโยนและการให้อภัย เติมความเป็นมิตรเข้าไปอีก โรยสีหน้ายิ้มแย้มและเสียงหัวเราะลงไปมาก ๆ และนำไปอบด้วยความเข้าใจ รับประทานทุกวัน อายุยืน (รับประทานหลังอาหารได้ยิ่งดี)

นิยาม ความรัก (วัยรัก ? วัยเรียน ?)

วิทยาศาสตร์ให้นิยามความรักไว้ว่า ความรัก คือ สสารชนิดหนึ่งที่ยืดได้หดได้ แล้วแต่สภาพสิ่งแวดล้อม และความถ่วงจำเพาะ เวลามีความรักจะทำให้หน้าแดง ปากสั่น มือสั่น พูดผิดพูดถูก
ภูมิศาสตร์ให้นิยามความรักไว้ว่า ความรัก มักจะมาพร้อมกับลมหนาว
เลขคณิตให้นิยามความรักไว้ว่า ความรัก คือ เลขทศนิยมที่ไม่รู้จักจบ
เภสัชศาสตร์ ความรัก คือ ยาพิษจะออกฤทธิ์เมื่อผิดหวัง
เรขาคณิต ความรัก เกิดจากเส้นตรงเส้นหนึ่ง กับเส้นตรงอีกเส้นหนึ่ง เอามาขีดรวมกัน คือเส้นตรงแห่งความสงสาร ตั้งอยู่บนรากฐานแห่งความสดใส ได้มุมมองใหม่ออกมา คือ มุมแห่งความรัก * ถ้าเป็นเครื่องหมาย (+) ผลออกมาคือ ความสุขใจ * ถ้าเป็นเครื่องหมาย (-) ผลออกมาคือ ความทุกข์ใจ * ถ้าเป็นเครื่องหมาย (หาร) ผลออกมาคือ ความปวดใจ
ภาษาไทย ความรัก เกิดจากตัว ร เป็นตัวแรก แล้วจึงแยก แตกจาก ร เป็น ก ไก่ ไม้หันอากาศ พาดกลาง ระหว่างใจ รวมกันได้ คำว่า รัก ปักในทรวง
อนุบาลศาสตร์ ความรัก เกิดจาก ฉันมองเธอ เธอมองฉัน ผลัดกันเขิน ฉันสะเทิ้น เธอสะท้าน ทั้งหวั่นไหว ถ้าจะทัก จะทาย ก็อายใจ ฉันยิ้มให้ เธอยิ้มตอบ เลยชอบกัน
ภาษาอังกฤษ คำว่ารัก มาจากคำว่า LOVE. แยกความ หมายออกได้ดังนี้
L=Lake of sorrow. คือ ทะเลสาบแห่งความเศร้าโศก
O=Ocean of tears. คือ มหาสมุทรแห่งน้ำตา
V=Valley of dead. คือ หุบเขาแห่งความตาย
E=End of life คือ จุดจบของชีวิต

“ภาวะโลกร้อน” ความจริงช็อกโลก!!!

ขณะที่บ้านเราเจอภาวะฝนตกน้ำท่วม ไม่มีฤดูหนาว หรือแม้กระทั่งแผ่นดินไหวที่ จ.เชียงใหม่ อีกด้านในซีกโลกตะวันตก ผู้คนกำลังเผชิญหน้ากับภาวะโลกร้อน ร้อนจนร่างกายทนไม่ไหว ทำให้คนในยุโรปเสียชีวิตถึง 30,000 ศพ และในอินเดีย มีผู้เสียชีวิตไป 1,500 ศพ เมื่อปี 2003 ที่ผ่านมา
เหตุที่เกิดปรากฏการณ์เหล่านี้ในทางวิทยาศาสตร์ ระบุว่า เป็น “ภาวะโลกร้อน” อันเป็นผลจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซ อื่น ๆ ที่มีคุณสมบัติดักจับความร้อนออกไปยังบรรยากาศของโลก ก๊าซเหล่านี้จะรวมตัวกันจนกลายเป็นผ้าห่มหนา ๆ ดักจับความร้อนของดวงอาทิตย์ และทำให้โลกมีอุณหภูมิร้อนขึ้น ยิ่งก๊าซเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น ความร้อนก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ซึ่งเมื่อเกิดปรากฎการณ์เหล่านี้อาจส่งผลให้บางพื้นที่กลายเป็นทะเลทราย สิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถปรับตัวได้ก็จะสูญพันธ์ บางพื้นที่อาจประสบปัญหาน้ำท่วม น้ำแข็งขั้วโลกและบนยอดเขาสูงละลาย ทำให้ปริมาณ น้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น พื้นที่ชายฝั่งทะเลได้รับผลกระทบ บางพื้นที่อาจจมหายไปอย่างถาวร และประชาชนอาจจะเจอคลื่นความร้อนที่มีอำนาจทำลายล้างแรงกว่าที่เคยพบมา
เหตุการภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นกำลังเตือนภัยอะไรเราชาวโลก ซึ่งหากเรายังปล่อยให้เกิด "ภาวะโลกร้อน" อยู่เช่นนี้ เชื่อได้ว่า อาจเกิดปรากฎการณ์ความจริง ช็อกหัวใจชาวโลกขึ้นอีกครั้งแน่นอน ทางแก้ที่ดีที่สุดก็คือ ทุกคนต้องลดใช้พลังงาน อันเป็นบ่อเกิดของมลพิษเพื่อให้โลกได้ปรับสมดุล และช่วยกันปลูกป่า เพื่อให้ธรรมชาติกลับคืนมาโดยเร็วที่สุด ไม่งั้น หากเกิน 10 ปี โลกเราอาจเข้าสู่จุดที่ไม่ สามารถกลับตัวได้

'ดร.อาจอง' แนะพ่อแม่ สร้างลูกเป็น 'มนุษย์สมบูรณ์แบบ'

“สมาธิ” ซึ่งการฝึกสมาธิทำได้ ไม่ว่าศาสนาใด เพราะจะช่วยให้เด็กมีจิตใจที่สงบ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในตนเอง มีเวลาคิดและพิจารณาในสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น รู้จักแยกแยะผิดถูก มีสติมากขึ้น ซึ่งเมื่อตอนที่ยังเด็ก ตนเองก็เคยเป็นเด็กเกเรมากก่อน แต่เมื่อฝึกสมาธิได้เพียงแค่เดือนเดียวก็มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี
แต่หากเป็นเด็กโตในระดับมัธยมนั้น ยังต้องอาศัยอีกปัจจัยที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลง นั่นคือ “เพื่อน” ที่มีอิทธิพลอย่างมาก ดังนั้นจำเป็นต้องระมัดระวังว่าลูกเราคบใคร มีเพื่อนแบบไหน เพราะการมีเพื่อนที่ดีจะสามารถชักจูงเด็กให้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีได้
ทั้งนี้ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า พ่อแม่ส่วนใหญ่ต่างมุ่งพัฒนา IQ (Intelligence Quotient: ระดับเชาว์ปัญญาหรือความสามารถของมนุษย์ในการเรียนรู้ วิเคราะห์ ทำความเข้าใจ) เพื่อให้ลูกเป็นคนฉลาดเท่านั้น ซึ่งความจริงไม่เพียงพอ เพราะต้องพัฒนา EQ (Emotional Quotient: ความฉลาดทางอารมณ์) และ MQ (Moral Quotient:ศีลธรรม) ควบคู่จึงจะนำลูกไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ได้
และหากเราเริ่มต้นพัฒนาจาก EQ และ MQ จะทำให้ลูกเป็นคนดี มีความสุข และ IQ ก็จะตามมา เป็นการดึงความฉลาดจากภายใน เพราะ EQ และ MQ เป็นการสร้างจิตสำนึก ทำให้ลูกรู้จักหน้าที่ ความรับผิดชอบ ขยันสนใจการเรียนนำไปสู่การพัฒนาที่ดีจนเป็น “มนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ” ซึ่งพ่อแม่และครูเองจะต้องให้ความรัก ความอบอุ่น เวลาและความเข้าใจ เพื่อส่งเสริมให้ลูกเดินไปในทางที่ถูกต้อง และที่สำคัญจะต้องเป็นต้นแบบที่ดีเพื่อให้ลูกเดินตาม

ดร.อาจองชูแนวคิดสอนเด็กดีก่อนเก่ง

“ เมื่อเด็กเป็นคนดี เด็กก็จะเป็นเด็กเก่งได้ง่ายขึ้น เพราะจะมีสมาธิ ความจำดี ตั้งใจเรียน ไม่หลงใหลอบายมุข เรื่องนี้ไม่ได้เป็นนามธรรม แต่สามารถพิสูจน์ให้เห็นจากการปฏิบัติได้ เช่นที่โรงเรียน สัตยาไสที่ไม่ได้เน้นแข่งขัน กวดวิชา ทุกวันเด็กจะฝึกสมาธิ สวดมนต์ ร้องเพลง ตอนนี้เด็กจบมา 3 รุ่นๆ ละ 30 คนสามารถสอบเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้ทั้ง 100%” ดร.อาจอง กล่าวและว่า ครูจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดี และต้องดีทั้งต่อหน้าและลับหลัง ต้องสอนจากใจครูถึงใจเด็ก เพราะขณะนี้ครูสอนจากปากสู่สมอง ให้เด็กจำได้ ท่องได้ แต่ปฏิบัติไมได้ ทั้งนี้หลักสูตรที่ใช้ก็ยังเป็นหลักสูตรแกนกลางของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เหมือนที่ใช้ในทุกโรงเรียน แต่จะบูรณาการคุณธรรมเข้าสู่การสอนทุกวิชา ทั้งนี้สกศ.มอบหมายในตนเดินสายอบรมครูถึงแนวทางการดำเนินของโรงเรียนสัตยาไสเพื่อเป็นแบบอย่างให้กับโรงเรียนต่าง ๆ ในทุกภาคอย่างน้อย 25 ครั้ง ๆ ละ 800 คน รวม 20,000 คน ให้แล้วเสร็จกลางเดือนพฤษภาคมนี้
“ เราต้องปรับเปลี่ยนนโยบายเลิกตามหลังฝรั่งแต่เป็นตัวของตัวเอง เรามีของดีในประเทศทั้งศีล สมาธิ ปัญญา นำมาพัฒนาได้ตามแนวทางของเรา ก็จะได้สิ่งประดิษฐ์คิดค้นในสิ่งใหม่ไม่เหมือนไม่ตามใคร นอกจากนี้เรายังมีพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ สอนให้เรารู้จักความพอเพียง หากเปลี่ยนนโยบายมหาวิทยาลัย สถานศึกษาเน้นความพอเพียง ปรับการวัดผลผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ เป็นการวัดความสุขประชากรในประเทศ ไทยก็จะกลายเป็นประเทศผู้นำความสุขของโลก ” ดร.อาจอง กล่าว

อภัยทาน คืออย่างไร ?

อภัยทาน ก็คือการยกโทษให้ คือการไม่ถือความผิด หรือการล่วงเกินกระทบกระทั่งว่าเป็นโทษ อภัยทานนี้เป็นคุณแก่ผู้ให้ ยิ่งกว่าแก่ผู้รับ เช่นเดียวกับทานทั้งหลายเหมือนกัน คืออภัยทานหรือการให้อภัยนี้ เมื่อเกิดขึ้นในใจผู้ใด จะยังจิตใจของผู้นั้นให้ผ่องใสพ้นจากการกลุ้มรุมบดบังของโทสะ

อันใจที่แจ่มใส กับใจที่มืดมัว ไม่อธิบายก็น่าจะทราบกันอยู่ทุกคนว่าใจแบบไหนที่ยังความสุขให้เกิดขึ้นแก่เจ้าของ ใจแบบไหนที่ยังความทุกข์ให้เกิดขึ้น และใจแบบไหนที่เป็นที่ต้องการ ใจแบบไหนที่ไม่เป็นที่ต้องการเลย
ความจริงนั้น ทุกคนที่สนใจบริหารจิต
จะต้องสนใจอบรมจิตให้รู้จักอภัยในความผิดทั้งปวง ไม่ว่าผู้ใดจะทำแก่ตน แม้การให้อภัยจะเป็นการทำได้ไม่ง่ายนัก สำหรับบางคนที่ไม่เคยอบรมมาก่อน แต่ก็สามารถจะทำได้ด้วยการอบรมไปทีละเล็กละน้อย เริ่มแต่ที่ไม่ต้องฝืนใจมากนักไปก่อนในระยะแรก
ตัวอย่างเช่น
เวลาขึ้นรถประจำทางที่มีผู้โดยสารคอยขึ้รถอยู่เป็นจำนวนมาก หากจะมีผู้เบียดแย่งขึ้นหน้า ทั้งๆ ที่ยืนอยู่ข้างหลัง ถ้าเกิดโกรธขึ้นมาไม่ว่าน้อยหรือมาก ก็ให้ถือเป็นโอกาสอบรมจิตใจให้รู้จักอภัยให้เขาเสีย

ความชอบ...บอกนิสัย

ชอบสะสมสิ่งต่างๆ หากคุณชอบสะสมสิ่งต่างๆ คุณเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องหลากหลาย ชอบพบปะสังสรรค์ เข้ากับคนอื่นได้ดี เป็นผู้ที่ให้คำแนะนำได้อย่างน่าฟัง รู้จักทำให้ตัวเองมีความสุข และมีไหวพริบปฏิภาณที่ยอดเยี่ยม

ชอบถ่ายรูป คุณเป็นคนที่เข้าใจยาก อารมณ์เปลี่ยนแปลง น้ำขึ้นน้ำลง เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ไม่มีใครเดาใจถูกว่า วันนี้คุณอยู่ในอารมณ์ใด แต่เป็นคนที่มีจิตใจดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น มีใจคอเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ใส่ใจคนรอบข้าง
ชอบวาดรูป คุณเป็นคนที่จริงจัง ไม่ค่อยสนใจว่า คนอื่นจะคิดอย่างไร ถือว่าตัวเองทำดีที่สุดก็พอแล้ว จิตใจค่อนข้างอ่อนไหวคล้อยตามคนอื่นได้ เป็นคนช่างฝัน มีอารมณ์ค่อนข้างฉุนเฉียว เวลาไม่ถูกใจอะไรอาจถึงขั้นปาข้าวของทีเดียว
ชอบดูหนัง คนที่ชอบดูหนังเป็นกิจวัตรประจำวันในยามว่างเป็นคนที่มีความสุขกับตัวเอง ไม่พึ่งพาอาศัยคนอื่นมากนัก มีสติปัญญาดี มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นคนที่จริงใจ ชอบช่วยเหลือตัวเองในยามเดือดร้อน ค่อนข้างขี้เหงา
ชอบออกแบบ คุณเป็นคนที่มีการวางแผนดีในชีวิต รู้ว่าตัวเองสามารถทำอะไรได้ ไม่ทำอะไรเกินตัว พอใจในสิ่งที่ตนเองมี รับฟังความเห็นผู้อื่น ไม่เอาแต่ใจตัวเองนัก เป็นคนที่ทำสิ่งต่างๆ ด้วยการพิจารณาอย่างรอบคอบ
ชอบเล่นกีฬา คนที่ชอบเล่นกีฬาในยามว่างเป็นคนที่กระฉับกระเฉง ใจคอสดใสร่าเริง เข้ากับคนอื่นได้อย่างดี มองโลกในแง่ดี ไม่ทำให้ตนเองและคนอื่นเดือดร้อน มีความรับผิดชอบ และกล้าคิดกล้าตัดสินใจ มีการจัดการที่ดีในการทำสิ่งต่างๆ จึงทำให้ไม่ค่อยพลาดในการทำสิ่งใดๆ
ชอบเรื่องเทคโนโลยีและไอที เป็นคนที่มีน้ำใจกับผู้อื่น ไม่ชอบยกตนข่มท่าน มีความรู้ก็ไม่โอ้อวดให้ใครฟัง มักแสวงหาสิ่งใหม่ๆ และเพิ่มพูนความรู้ให้กับตนเองอยู่เสมอ ไม่ชอบเป็นคนตกข่าว เป็นคนร่าเริง เข้ากับคนอื่นได้ง่าย
ชอบเดินทาง เป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเองสูง ทำอะไรด้วยความมั่นใจ ชอบอยู่เงียบๆ ไม่ชอบจะวุ่นวายกับคนอื่นมากนัก เก็บความรู้สึก ไม่ค่อยชอบบอกความในใจกับใคร มีการวางตัวที่ดี เป็นที่พึ่งของผู้อื่นได้ในยามที่เดือดร้อน
ชอบอ่านหนังสือ เป็นคนค่อนข้างมีโลกส่วนตัว ช่างฝัน มีจิตใจอ่อนโยน จริงใจต่อผู้อื่น เป็นที่พึ่งให้ผู้อื่นได้เป็นอย่างดี ชอบเอาความทุกข์ของผู้อื่นเป็นความทุกข์ของตนเอง ไม่ค่อยเชื่อมั่นในตนเองนัก และค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเองในบางครั้ง
ชอบเรื่องวิทยาศาสตร์ เป็นคนที่ทำสิ่งต่างๆ ด้วยความรอบคอบ มีความรับผิดชอบที่ดี รักความยุติธรรม เข้าใจชีวิตและความเป็นไปของโลก และสามารถรับมือกับปัญหาต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
ชอบดนตรีและศิลปะ มีความเพ้อฝันที่คนอื่นเข้าใจได้ไม่ง่ายนัก เพราะทุกสิ่งมีความสวยงามในตัวเองอยู่เสมอ มีจินตนาการที่ยิ่งใหญ่ ใส่ใจกับสิ่งรอบตัว ค่อนข้างช่างสังเกตและชอบให้คนที่อยู่ใกล้มีความสุข เป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง บางครั้งไม่ชอบวุ่นวายกับใคร ชอบนั่งอยู่เงียบๆ คนเดียว

19 มกราคม 2551

เนื้อเพลง แสงหนึ่ง

Verse 1 รู้ไหมว่าเราซาบซึ้งใจแค่ไหน และรู้ไหมว่าเรานั้น ปลาบปลื้มเท่าไหร่ ที่ได้มีเธอ เป็นพลังอันสำคัญ เพราะว่าเรานั้นรู้เธอทำเพื่อใคร เหน็ดเหนื่อยแค่ไหน เธอไม่ไหวหวั่น เพื่อที่จะให้เรานั้นได้เดินต่อไป
Pre , Chorus แม้ว่าจะไม่มีใครมองเห็นเธอ แต่ว่าสำหรับเรานั้น...
Chorus เธอเหมือนดังกับแสง ที่มองไม่เห็น แต่เมื่อส่องมาสะท้อน สิ่งที่ซ่อนเร้น ก็เด่นชัดขึ้นทันที เปรียบเธอกับแสง แม้ไม่มีสี แต่เธอก็สะท้อน ความจริงให้โลกนี้ ได้พบเห็นสิ่งดี ๆ ว่างดงามเพียงใด
Verse 2 ถึงแม้ว่าพรุ่งนี้ จะเป็นเช่นไร วันและคืนจะหมุนเปลี่ยนสักเท่าไหร่ เรานั้นก็แน่ใจ ว่าจะมีเธอยืนอยู่ข้างหลัง
Pre , Chorus แม้ว่าจะไม่มีใครมองเห็นเธอ แต่สำหรับเรานั้น...
Chorus เธอเหมือนดังกับแสง ที่มองไม่เห็น แต่เมื่อส่องมาสะท้อน สิ่งที่ซ่อนเร้น ก็เด่นชัดขึ้นทันที เปรียบเธอกับแสง แม้ไม่มีสี แต่เธอก็สะท้อน ความจริงให้โลกนี้ ได้พบเห็นสิ่งดี ๆ ว่างดงามเพียงใด
Bridge จึงอยากขอมอบเพลง เพลงนี้ให้ ให้เธอรับรู้ว่าสำหรับเรา เธอสำคัญเพียงไหน
Chorus เธอเป็นดั่งแสง ที่มองไม่เห็น แต่เมื่อส่องมาสะท้อน สิ่งที่ซ่อนเร้น ก็เด่นชัดขึ้นทันที เปรียบเธอกับแสง แม้ไม่มีสี แต่เธอก็สะท้อน ความจริงให้โลกนี้ ได้พบเห็นสิ่งดี ๆ ว่างดงามเพียงใด
แต่เธอก็สะท้อน ความจริงให้โลกนี้ ได้พบเห็นสิ่งดี ๆ ว่างดงาม

พระพุทธเจ้า The Life of Buddha

หลักการและเหตุผล ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ มีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพุทธมามกะ เป็นที่ประจักษ์ ชัดแล้วว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประพฤติพระองค์ เป็นพุทธศาสนิกชนที่ประเสริฐเคารพนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย และทรงเชิดชูพระพุทธเจ้าด้วยการน้อมนำคำสอนของพระองค์มาใช้ในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อประโยชน์ของชาวไทยจนทำให้ได้รับคำ สดุดีพระเกียรติคุณจากพสกนิกรชาวไทยว่า ทรงเป็นพระธรรมิกราช (พระราชาผู้ทรงธรรม)
"พระพุทธเจ้า" คือ เรื่องราวของ พระพุทธเจ้า นับตั้งแต่ประสูติ เสด็จออกบรรพชา ตรัสรู้ บำเพ็ญเพียร จนถึงตรัสรู้และเสด็จจาริก ออกแสดงธรรม โปรดสัตว์โลก ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีพุทธศาสนิกชนชาติต่างๆ อาทิ จีน ญี่ปุ่น รวมทั้งชาวยุโรป พยายามทำพระประวัติ ส่วนนี้ออกเผยแพร่ในรูปของการ์ตูน แต่ก็ยังไม่สมบูรณ์ บางเรื่องบางตอนก็มีเนื้อหาขัดแย้งกับคัมภีร์พระไตรปิฎก และอรรถกถาบาลี ซึ่งถือว่าเป็น แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับพระประวัติของพระพุทธเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดของโลก
ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนา ประจำชาติ น่าจะได้มีการสร้างภาพยนตร์การ์ตูนเกี่ยวกับพระประวัติของพระพุทธเจ้าที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับพระไตรปิฎก และอรรถกถาออก เผยแพร่เป็นพุทธบูชา อีกทั้งในปี พ.ศ. 2550 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา ควรที่พสกนิกรชาวไทย จะได้มีสิ่งสำคัญสูงสุดไว้ถวายให้เป็นพระเกียรติยศสืบไป กลุ่มธรรมะการ์ตูนเห็นความสำคัญทั้ง 2 ประการนี้จึงได้ ตกลงร่วมมือกับ บริษัท มีเดียสแตนดาร์ด จำกัด จัดทำโครงการภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง "พระพุทธเจ้า" เพื่อนำออกเผยแพร่ โดยมีมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเนื้อหาวิชาการ และแปลเป็นภาษา นานาชาติ 5 ภาษาเป็นอย่างน้อย คือ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาเกาหลี ภาษาญี่ปุ่น และภาษาเยอรมัน

ระหว่าง "คนที่เรารัก" กับ "คนที่รักเรา" เราควรจะเลือกใครดี??

คนที่เรารัก..คือคนที่ใช่สำหรับเรา แต่บางครั้ง..เรากลับรู้สึกว่าเขาไม่ใช่

คนที่เรารัก..คือคนที่เราคิดว่าเรารู้จักเขาดี แต่แท้จริงแล้ว..เรากลับไม่รู้จักเขาเลย
คนที่เรารัก..คือคนที่เราพร้อมจะเป็นผู้ให้ แต่สิ่งที่เราให้..เขากลับไม่เคยมองเห็นสิ่งที่เราให้ไป
คนที่เรารัก..คือคนที่เราอยู่ด้วยเวลามีความสุข แต่เวลาเราทุกข์..เรากลับมองหาเขาไม่เจอ
คนที่เรารัก..คือคนที่เราใส่ใจทุกเวลา แต่ที่แย่กว่าคือ..ตลอดมาเขาไม่ได้ "รักเรา"
คนที่รักเรา..คือคนที่เราเพียงมองผ่าน แต่เขา..กลับมองเราอย่างใส่ใจ ดูแล
คนที่รักเรา..คือคนที่เราไม่พยายามทำความรู้จัก แต่เขา..กลับพยายามทำความรู้จักเรา
คนที่รักเรา..คือคนที่เราไม่เคยให้ความสำคัญมากมาย แต่เขา..กลับให้ในสิ่งที่ล้วนมีค่ามีความสำคัญกับเรา
คนที่รักเรา..คือคนที่เราไม่เคยเห็นหน้าเวลาเราสุข แต่เวลาทุกข์..เขากลับเป็นเหมือนเงาคอยเฝ้าตาม
คนที่รักเรา..คือคนที่เราไม่เคยนึกถึง แต่มีสิ่งหนึ่ง..บอกให้รู้ว่า.."เขารักเรา" ก็คือ เขาไม่เคยทำให้เราต้องเสียใจ เหมือนกับคนที่เรารัก

ขอเป็นคนเดิม ของความผูกพัน


หากจังหวะชีวิต...เหมือนสีสรรของดอกไม้
ชีวิตในบางวัน...อาจเป็นสีม่วงสดใส
บางวัน...อาจเป็นสีหม่น มีร่องรอยแห่งความทรงจำแต่งแต้ม
บางช่วงชีวิตอาจเป็นสีชมพู...หวาน
บางเวลา...สนุกสนาน กับมิตรภาพ และสังคม
บางคราว...อาจโดดเดี่ยว และแยกตัว
...บางมุมอาจสงบ...นิ่ง ไร้สีสรร
ในขณะที่บางมุม...สว่าง แจ่มใส พร้อมจะเปิดใจออกสู่โลกกว้าง
ไม่ว่าจะเป็นสีสรรใด...ดอกไม้ยังคงสวยงามเสมอ...
ชีวิต...แม้ว่าจะหมุนวนอยู่ในช่วงจังหวะไหนพบและเจอสิ่งใด...
ระหว่างการเดินทางทุกความทรงจำนั้น...ยังคงสวยงามเช่นกัน
The word 'Best' is always there for the next start. "
คำว่า ดีที่สุด มีไว้สำหรับงานต่อไป เสมอ ..."

ปรัชญาพุทธกับคนรัก (ที่ไม่รักเรา)

มีหญิงสาวคนหนึ่งผิดหวังในรักเนื่องจากคนรักของตนได้มาทิ้งไปจึงกำลังจะฆ่าตัวตาย ขณะนั้นเองมีสามเณรรูปหนึ่งผ่านมาพบเข้าจึงได้กล่าวให้สติกับสีกา ว่า "โยมจะทำอะไรรึ"
หญิงสาวตอบ "อิชั้นจะฆ่าตัวตายเพราะไม่รู้จะอยู่ไปทำไม มีแฟนๆ ก็มาทิ้งไปเจ้าค่ะ"
สามเณรจึงได้เทศนาให้หญิงสาวฟังว่า "เหตุใดโยมจึงต้องเสียใจเล่าในเมื่อคนที่ควรจะเสียใจควรจะเป็นแฟนของโยมสิ" หญิงสาวหยุดคิดและถามกลับไปด้วยความสงสัยว่า "ทำไมล่ะเจ้าคะ"
สามเณรตอบว่า "ในเมื่อโยมมิได้สูญเสียสิ่งที่สำคัญไปเลยน่ะสิ"
หญิงสาวตั้งใจฟังสามเณรแล้วก็ตอบกลับไปว่า "ไม่จริงหรอกค่ะดิชั้นสูญเสียแฟนอันเป็นที่รักยิ่งไปนะเจ้าค่ะ"
สามเณรตอบ "โยมได้สูญเสียคนที่มิได้รักและห่วงใยโยมซึ่งจะมีค่าอันใด แต่แฟนโยมซิที่สูญเสียคนที่รักและห่วงใยเค้าเช่นโยม ใครควรจะเสียใจกว่ากันล่ะโยม"